ลูกอยากแยกออกไปทำธุรกิจเอง จัดการอย่างไรให้ธุรกิจเดินหน้า ครอบครัวไม่สะดุด

ลูกอยากแยกออกไปทำธุรกิจเอง จัดการอย่างไรให้ธุรกิจเดินหน้า ครอบครัวไม่สะดุด

เมื่อลูกหลานในครอบครัวเริ่มแสดงความสนใจที่จะแยกตัวไปเริ่มต้นธุรกิจของตนเอง นี่ไม่ใช่แค่การเปลี่ยนแปลงเชิงธุรกิจ แต่ยังเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่ส่งผลต่อความสัมพันธ์ภายในบ้านอีกด้วย หากไม่รับมืออย่างรอบคอบ อาจกลายเป็นจุดเริ่มต้นของความขัดแย้ง แต่หากบริหารจัดการด้วยความเข้าใจและวิสัยทัศน์ร่วม ก็สามารถเปลี่ยนเป็นโอกาสในการเติบโตทั้งในเชิงธุรกิจและความสัมพันธ์ได้พร้อมกัน สิ่งสำคัญคือการยึดหลักความเข้าใจร่วมกัน การสื่อสารอย่างเปิดเผย การวางแผนล่วงหน้า และการรักษาสมดุลระหว่างเป้าหมายส่วนตัวของลูกกับเป้าหมายรวมของครอบครัว เปิดใจรับฟังด้วยความเข้าใจ การเข้าใจแรงจูงใจเบื้องหลังของลูกเป็นสิ่งสำคัญ ลูกอาจต้องการ: การตั้งคำถามอย่างเปิดกว้าง เช่น “อะไรคือแรงบันดาลใจหลักของลูก?” หรือ “ลูกเห็นอนาคตของตัวเองแบบไหน?” สามารถช่วยให้บทสนทนาเกิดขึ้นจากความเข้าใจแทนการตั้งแง่สงสัย และช่วยให้พ่อแม่หรือญาติผู้ใหญ่เห็นมุมมองใหม่ ๆ ที่อาจมองข้ามไปในฐานะผู้บริหารที่อยู่กับกิจการมานาน ครอบครัวควรมองลูกในฐานะผู้ประกอบการ ไม่ใช่แค่ทายาท และสร้างบรรยากาศที่เปิดกว้างให้ลูกได้พูดคุยอย่างปลอดภัยและไม่ถูกตัดสิน การสนทนาเช่นนี้ควรเกิดขึ้นในพื้นที่ที่เป็นกลางและเป็นมิตร เพื่อสร้างความเข้าใจร่วมและลดแรงต้านในระยะยาว วางแผนการเปลี่ยนผ่านอย่างเป็นระบบ เมื่อเข้าใจเจตนารมณ์ของลูกแล้ว ควรวางแผนการเปลี่ยนผ่านที่ชัดเจน โดยเน้นประเด็นสำคัญ เช่น นอกจากนี้ การมีแผนสำรองในกรณีที่ลูกต้องการกลับมาสู่ธุรกิจครอบครัวในอนาคต ก็เป็นอีกแนวทางที่ควรพิจารณา เพราะเส้นทางของผู้ประกอบการเต็มไปด้วยความไม่แน่นอน การเปิดประตูไว้เสมอ แสดงถึงความเข้าใจและความรักของครอบครัวที่ไม่มีเงื่อนไข สนับสนุนในฐานะพี่เลี้ยงและพันธมิตร แม้ลูกจะแยกไปทำธุรกิจใหม่ ครอบครัวยังสามารถเป็นพี่เลี้ยงหรือผู้สนับสนุนที่มีบทบาทสำคัญได้ โดยเฉพาะในเรื่องเหล่านี้ การจัดตั้งระบบการติดตามผลอย่างมืออาชีพ เช่น การรายงานความคืบหน้ารายไตรมาส หรือการประชุมอัปเดตกับครอบครัว จะช่วยให้ทั้งสองฝ่ายรักษาความเชื่อมั่นต่อกัน และแสดงถึงความตั้งใจจริงในการดำเนินธุรกิจ เพิ่มบทบาทในการสร้างแรงบันดาลใจ นอกจากการสนับสนุนในเชิงทรัพยากร ครอบครัวสามารถช่วยสร้างแรงบันดาลใจให้ลูก โดยการแบ่งปันประสบการณ์ความล้มเหลวที่เคยผ่านมา หรือการเชิญผู้ประกอบการรุ่นใหม่ที่ประสบความสำเร็จมาแลกเปลี่ยนมุมมอง ทั้งหมดนี้จะช่วยให้ลูกมีภาพของการเริ่มต้นธุรกิจที่สมจริง… Continue reading ลูกอยากแยกออกไปทำธุรกิจเอง จัดการอย่างไรให้ธุรกิจเดินหน้า ครอบครัวไม่สะดุด

6 วิธีการเพิ่มมูลค่าให้ธุรกิจ: สร้างการเติบโตอย่างยั่งยืน แข็งแกร่ง และดึงดูดใจนักลงทุน

6 วิธีการเพิ่มมูลค่าให้ธุรกิจ: สร้างการเติบโตอย่างยั่งยืน แข็งแกร่ง และดึงดูดใจนักลงทุน

การเพิ่มมูลค่าให้ธุรกิจไม่ใช่แค่การเพิ่มยอดขายหรือกำไรระยะสั้น แต่คือการวางรากฐานให้ธุรกิจเติบโตได้อย่างมั่นคง และเป็นที่สนใจของนักลงทุนในระยะยาว โดยเฉพาะในกรณีที่คุณต้องการระดมทุน ขยายกิจการ หรือส่งต่อธุรกิจให้ลูกหลานในอนาคต การวางแผนอย่างเป็นระบบและต่อเนื่องคือหัวใจสำคัญของการสร้างมูลค่าอย่างแท้จริง สร้างนวัตกรรมและจุดเด่นให้ธุรกิจ ธุรกิจที่เติบโตได้ในระยะยาวต้องไม่หยุดพัฒนา คุณควรลงทุนในนวัตกรรมใหม่ๆ อยู่เสมอ ไม่ว่าจะเป็นการปรับปรุงสินค้า บริการ หรือกระบวนการภายในให้ตอบโจทย์ความต้องการของตลาดได้ดีกว่าเดิม ธุรกิจที่มีเอกลักษณ์ มีข้อเสนอที่แตกต่าง และสามารถตอบโจทย์ลูกค้าได้แบบที่คู่แข่งทำไม่ได้ จะสร้างความภักดีและขยายฐานลูกค้าได้มากขึ้น นอกจากนี้ การใช้เทคโนโลยี เช่น AI, Big Data, หรือระบบอัตโนมัติ ยังช่วยเพิ่มประสิทธิภาพและสร้างความได้เปรียบในการแข่งขัน ไม่ใช่แค่เรื่องการประหยัดต้นทุนเท่านั้น แต่ยังช่วยให้คุณเข้าใจลูกค้าอย่างลึกซึ้ง ตัดสินใจเร็วขึ้น และสร้างประสบการณ์ที่ดีให้กับลูกค้าได้มากกว่าคู่แข่ง การสร้างวัฒนธรรมองค์กรที่เปิดกว้างต่อความคิดใหม่ๆ ก็เป็นสิ่งสำคัญ เพราะนวัตกรรมไม่ได้มาจากเทคโนโลยีเพียงอย่างเดียว แต่เกิดจากคนในองค์กรที่กล้าคิด กล้าลอง และเรียนรู้จากความผิดพลาดเช่นกัน ขยายตลาด เพิ่มลูกค้าให้หลากหลาย อย่าพึ่งพาตลาดเดิมเพียงอย่างเดียว เพราะแม้ตลาดเดิมจะยังทำรายได้อยู่ แต่ในระยะยาวความเสี่ยงจากการแข่งขัน หรือการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมผู้บริโภค อาจส่งผลกระทบได้ การมองหาตลาดใหม่ไม่ว่าจะเป็นในประเทศหรือต่างประเทศ การใช้ช่องทางการขายหลากหลายทั้งออนไลน์และออฟไลน์ รวมถึงการออกแบบผลิตภัณฑ์ให้เหมาะกับกลุ่มเป้าหมายใหม่ ล้วนช่วยเพิ่มรายได้ให้มั่นคงมากขึ้น อีกหนึ่งเรื่องที่มองข้ามไม่ได้คือ การดูแลลูกค้าเก่าให้กลายเป็นลูกค้าประจำ เพราะลูกค้าเดิมที่พึงพอใจมีแนวโน้มจะกลับมาซื้อซ้ำ แนะนำให้ผู้อื่น และช่วยสร้างแบรนด์โดยไม่ต้องเสียค่าโฆษณาเพิ่มเติม คุณควรมีระบบ CRM ที่ช่วยให้เข้าใจพฤติกรรมลูกค้า… Continue reading 6 วิธีการเพิ่มมูลค่าให้ธุรกิจ: สร้างการเติบโตอย่างยั่งยืน แข็งแกร่ง และดึงดูดใจนักลงทุน

อสังหาริมทรัพย์ ใช้ชื่อใครถือดีที่สุด

อสังหาริมทรัพย์ ใช้ชื่อใครถือดีที่สุด

อสังหาริมทรัพย์มักเป็นสินทรัพย์ที่มีมูลค่าสูงและเป็นหัวใจสำคัญของความมั่งคั่งในธุรกิจครอบครัว การตัดสินใจว่าใครควรเป็นผู้ถือครองอสังหาริมทรัพย์ รวมถึงการวางแผนส่งต่ออย่างรอบคอบ ไม่เพียงช่วยลดภาระภาษีและค่าธรรมเนียมที่เกี่ยวข้อง แต่ยังสามารถป้องกันข้อพิพาทอันซับซ้อนที่อาจเกิดขึ้นในหมู่ทายาท และส่งมอบมรดกอันทรงคุณค่าให้คนรุ่นถัดไปได้อย่างราบรื่น ใครควรเป็นผู้ถือครองอสังหาริมทรัพย์? การเลือกโครงสร้างการถือครองอสังหาริมทรัพย์ที่เหมาะสมที่สุดขึ้นอยู่กับวัตถุประสงค์ของครอบครัว มูลค่าทรัพย์สิน ลักษณะการใช้งาน และแผนภาษีในระยะยาว ซึ่งมี 3 ทางเลือกหลักที่นิยมใช้ คือ การถือในนามบุคคลธรรมดา นิติบุคคล และโครงสร้างพิเศษ เช่น Family Holding Company หรือ Trust บุคคลธรรมดา: เริ่มต้นไม่ซับซ้อน แต่ต้องระวังในระยะยาว การถือครองอสังหาริมทรัพย์ในนามบุคคลธรรมดาเหมาะสำหรับกรณีที่เป็นที่อยู่อาศัยส่วนตัว หรือทรัพย์สินที่มีมูลค่าไม่สูงมาก จุดเด่นคือเริ่มต้นได้ง่าย ไม่ต้องมีโครงสร้างซับซ้อน และไม่มีต้นทุนการบริหารจัดการในระยะยาวมากนัก แต่ก็มีความเสี่ยงที่ต้องพิจารณา: นิติบุคคล: เป็นระบบ ช่วยบริหารง่ายขึ้น หากอสังหาริมทรัพย์เป็นทรัพย์ที่ใช้เพื่อสร้างรายได้ เช่น ปล่อยเช่า หรือพัฒนาเชิงพาณิชย์ การถือผ่านบริษัทจำกัดจะช่วยให้บริหารจัดการง่ายขึ้น และมีข้อดีในหลายด้าน: ข้อเสียคือ มีต้นทุนด้านบัญชีและกฎหมาย เช่น ค่าทำบัญชี ค่าผู้สอบบัญชี และต้องดำเนินการตามข้อกำหนดของกรมพัฒนาธุรกิจการค้า โครงสร้างพิเศษ: Family Holding Company หรือ Trust เหมาะกับครอบครัวที่มีทรัพย์สินหลายรูปแบบ… Continue reading อสังหาริมทรัพย์ ใช้ชื่อใครถือดีที่สุด

บรรยากาศงานสัมมนา : Workshop Exit Plan รุ่นที่ 4

📸เก็บตกภาพบรรยากาศสำหรับหลักสูตร Workshop Exit Plan รุ่นที่ 4 ในวันพุธที่ 9 กรกฎาคม 2568 ที่ผ่านมา ก่อนอื่นทางทีม Idol Planner Consulting ขอขอบคุณทุกท่านที่ให้ความสนใจสำหรับหลักสูตรในครั้งนี้ โดยเป็นการพบกับเรื่องที่ที่ปรึกษาการเงินต้องรู้ เพื่อช่วยลูกค้าวางแผนการส่งต่อธุรกิจได้อย่างราบรื่น เรียนรู้วิธีในการออกจากธุรกิจที่หลากหลายและปิดท้ายด้วย Workshop รวมถึงเจ้าของกิจการ ได้เรียนรู้กลยุทธ์การวางแผนธุรกิจสู่ความสำเร็จอย่างยั่งยืน เพื่อให้ธุรกิจดำเนินต่อไปได้อย่างราบรื่นพร้อมส่งต่อความสำเร็จให้กับผู้นำรุ่นใหม่ บริษัท Idol Planner Consulting ได้จัดสัมมนาหลักสูตร Workshop Exit Plan รุ่นที่ 4 ในวันพุธที่ 9 กรกฎาคม 2568 ที่ผ่านมา ณ โรงแรม โฟร์พอยต์ บาย เชอราตัน เพลินจิต ซึ่งหลักสูตรในครั้งนี้จะทำให้เจ้าของธุรกิจ รวมถึงที่ปรึกษาการเงินได้พัฒนาทักษะผ่านการฝึกปฏิบัติจริง โดยมุ่งเน้นในประเด็นสำคัญ เช่น ✅ 1.ความสำคัญของ Exit Plan สำหรับเจ้าของธุรกิจและผลกระทบ✅ 2.ประเภทของ Exit… Continue reading บรรยากาศงานสัมมนา : Workshop Exit Plan รุ่นที่ 4

บรรยากาศงานสัมมนา : จาก Keyman สู่ Employee Benefit รุ่นที่ 2 (สร้างกองทุนเกษียณอายุพนักงาน)

📸 เก็บตกภาพบรรยากาศสำหรับหลักสูตร จาก Keyman สู่ Employee Benefit รุ่นที่ 2 (สร้างกองทุนเกษียณอายุพนักงาน) ในวันอังคารที่ 8 กรกฎาคม 2568 ที่ผ่านมา ก่อนอื่นทางทีม Idol Planner Consulting ขอขอบคุณทุกท่านที่ให้ความสนใจสำหรับหลักสูตรในครั้งนี้ โดยภายในงานเป็นการรวบรวมความรู้เกี่ยวกับ Employee Benefit ที่เป็นประโยชน์อย่างยิ่งกับผู้ที่สนใจ เนื้อหาถูกอัดแน่นจัดเต็มเพื่อให้ได้ความรู้ครบถ้วนแบบล้น ๆ ทั้งวัน บริษัท Idol Planner Consulting ได้จัดสัมมนาหลักสูตร จาก Keyman สู่ Employee Benefit รุ่นที่ 2 (สร้างกองทุนเกษียณอายุพนักงาน) ในวันอังคารที่ 8 กรกฎาคม 2568 ซึ่งหลักสูตรในครั้งนี้ จะได้พบกับแนวคิดใหม่ที่ได้ผลดีเยี่ยมในการประกัน Keyman หรือสวัสดิการพนักงานเพื่อเป็นเครื่องมือ ในการวางแผนธุรกิจอย่างครบวงจร โดยผสานรวมกับการบริหารภาษี ปกป้องธุรกิจ สร้างความมั่นคงให้พนักงานและวางแผนส่งต่อธุรกิจไว้ด้วยกัน และปิดท้ายด้วย Workshop. โดยเนื้อหาหลักสูตรถูกอัดแน่นไปด้วยความรู้ต่าง… Continue reading บรรยากาศงานสัมมนา : จาก Keyman สู่ Employee Benefit รุ่นที่ 2 (สร้างกองทุนเกษียณอายุพนักงาน)

อยากส่งต่อกิจการให้รุ่นลูก ต้องเริ่มจาก Holding Company

อยากส่งต่อกิจการให้รุ่นลูก ต้องเริ่มจาก Holding Company

การส่งต่อธุรกิจที่ดี ไม่ใช่แค่การส่งต่อทรัพย์สิน แต่คือการส่งต่อระบบที่ทุกคนเข้าใจตรงกัน เจ้าของกิจการจำนวนมากใช้เวลาทั้งชีวิตสร้างธุรกิจให้มั่นคง แต่เมื่อถึงเวลาจะส่งต่อให้ลูกหลาน กลับพบว่าไม่มีระบบอะไรรองรับเลย — ใครจะบริหาร? ใครจะถือหุ้น? คนที่ไม่ทำงานจะมีสิทธิแค่ไหน?สิ่งเหล่านี้ไม่ได้มีคำตอบอยู่ในพินัยกรรมเพียงอย่างเดียว แต่สามารถจัดการได้ด้วย “โครงสร้าง” ที่ชัดเจนตั้งแต่วันนี้ และหนึ่งในโครงสร้างที่ช่วยได้มากคือ บริษัทโฮลดิ้ง (Holding Company) Holding Company ช่วยให้การส่งต่อชัดเจนขึ้นได้อย่างไร? 1. รวมทรัพย์สินและกิจการทั้งหมดไว้ในที่เดียว
เมื่อธุรกิจและทรัพย์สินกระจายอยู่ในชื่อบุคคลต่าง ๆ เช่น ผู้ก่อตั้ง ภรรยา ลูก หรือพี่น้อง การจัดการในอนาคตจะยุ่งยากมากขึ้นหลายเท่า ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการโอนกรรมสิทธิ์ การแบ่งสัดส่วน หรือการบริหารความเสี่ยง แต่หากคุณตั้งบริษัทโฮลดิ้ง (Holding Company) ขึ้นมาเพื่อให้เป็นเจ้าของทรัพย์สินแทนบุคคล แล้วให้สมาชิกครอบครัวถือหุ้นในบริษัทโฮลดิ้ง (Holding Company)  แทนการถือทรัพย์สินโดยตรง จะทำให้โครงสร้างมีความชัดเจน โปร่งใส และควบคุมได้ง่ายขึ้นมาก 2. แบ่งบทบาทและสิทธิได้อย่างยืดหยุ่น
ในครอบครัวที่มีลูกหลายคน มักเจอปัญหาว่า บางคนอยากทำงานในกิจการ แต่บางคนอยากไปทำอย่างอื่น แต่ก็ยังอยากมีสิทธิในมรดก การถือหุ้นผ่านบริษัทโฮลดิ้ง (Holding Company) ทำให้คุณสามารถกำหนดได้ว่า ตัวอย่างเช่น ลูกชายคนโตช่วยบริหารโรงงาน… Continue reading อยากส่งต่อกิจการให้รุ่นลูก ต้องเริ่มจาก Holding Company

5 ความเข้าใจผิดของเจ้าของกิจการเกี่ยวกับธรรมนูญครอบครัว

5 ความเข้าใจผิดของเจ้าของกิจการเกี่ยวกับธรรมนูญครอบครัว

ธรรมนูญครอบครัวไม่ใช่เอกสารที่ซับซ้อน แต่คือหัวใจของธุรกิจครอบครัวที่ยั่งยืน หลายคนอาจเคยได้ยินคำว่า “Family Constitution” หรือ “ธรรมนูญครอบครัว” แล้วเข้าใจว่าเป็นเรื่องซับซ้อน เหมาะกับบ้านที่เป็นกงสีขนาดใหญ่หรือบ้านที่มีบริษัทระดับร้อยล้านพันล้านเท่านั้น แต่ในความเป็นจริง ครอบครัวที่มีธุรกิจร่วมกัน แม้จะเป็นกิจการขนาดกลางหรือเล็ก หรือมีทายาทเป็นลูกเพียงแค่ 2 คน หากไม่มีแนวทางร่วมในการบริหารจัดการ ก็มีความเสี่ยงต่อความขัดแย้ง และทำให้ธุรกิจสะดุดได้ไม่ต่างจากกลุ่มทุนใหญ่ หรือหลายคนก็เชื่อว่าธุรกิจครอบครัวจะอยู่รอดได้ด้วยความรัก ความเข้าใจ หรือความสนิทสนมของคนในบ้าน แต่เมื่อธุรกิจเติบโต มีทรัพย์สิน มีลูกหลานหลายรุ่นเข้ามาเกี่ยวข้อง ความสัมพันธ์เหล่านั้นอาจไม่พอ และเมื่อเกิดความขัดแย้ง เรากลับพบว่าครอบครัวส่วนใหญ่มักยังไม่มี “ธรรมนูญครอบครัว” ที่จะเป็นตัวกลางในการแก้ปัญหา บทความนี้จะชวนมาสำรวจ 5 ความเข้าใจผิดที่พบบ่อยที่สุดเกี่ยวกับธรรมนูญครอบครัว และอธิบายว่าทำไมความเข้าใจใหม่จะช่วยเปลี่ยนอนาคตของทั้งธุรกิจและครอบครัวไปในทางที่ดีขึ้นได้ ความเข้าใจผิดที่ 1 “ครอบครัวเราไม่ได้ใหญ่ ไม่ต้องทำธรรมนูญครอบครัวก็ได้” นี่เป็นประโยคที่ได้ยินบ่อยที่สุดจากเจ้าของกิจการรุ่นแรกหรือรุ่นสอง โดยเฉพาะครอบครัวที่ยังอยู่ในช่วงเริ่มต้น หรือมีธุรกิจเพียงแห่งเดียว แต่ความจริงแล้ว ขนาดของธุรกิจไม่ใช่ปัจจัยหลัก ที่จะบอกว่า “ควรทำ” หรือ “ไม่ควรทำ” ธรรมนูญครอบครัว สิ่งสำคัญคือ “จำนวนสมาชิกที่เกี่ยวข้อง” และ “ความซับซ้อนของความสัมพันธ์ในครอบครัว” ต่างหาก ตัวอย่างเช่น แม้คุณจะมีเพียงกิจการเดียว แต่มีลูก… Continue reading 5 ความเข้าใจผิดของเจ้าของกิจการเกี่ยวกับธรรมนูญครอบครัว

ธรรมนูญครอบครัว VS พินัยกรรม

ธรรมนูญครอบครัว vs พินัยกรรม พินัยกรรมอย่างเดียวพอไหม ถ้าอยากส่งต่อธุรกิจครอบครัว?

มีพินัยกรรมเป็นเรื่องที่ดี แต่ยังไม่เพียงพอ ถ้าอยากให้ครอบครัวและธุรกิจเดินหน้าต่อได้พร้อมกัน ปัจจุบันในหลายครอบครัวเริ่มคิดเรื่อง “การส่งต่อธุรกิจ” เมื่อเจ้าของกิจการเริ่มเข้าสู่วัยเกษียณ หรือมีการวางแผนเรื่องทรัพย์สินและการวางแผนภาษีไว้ล่วงหน้า พินัยกรรมจึงกลายเป็นเครื่องมือแรก ๆ ที่หลายคนเลือกใช้ เนื่องจากเป็นเครื่องมือทางกฎหมายที่ชัดเจนที่สุดในการระบุว่าใครจะได้รับอะไรหลังจากที่ได้จากไปแล้ว แต่ถึงอย่างนั้นในความเป็นจริง พินัยกรรมเป็นเพียง “ด้านเดียว” ของการวางแผนการส่งต่อกิจการในครอบครัว และอีกด้านที่สำคัญไม่แพ้กัน แต่ถูกมองข้ามบ่อยที่สุด คือ “ธรรมนูญครอบครัว” พินัยกรรม: เอกสารทางกฎหมายที่จัดการ “ทรัพย์สิน” หลังเจ้าของเสียชีวิต พินัยกรรม คือ เอกสารทางกฎหมายที่ระบุว่า เมื่อเจ้าของเสียชีวิตแล้ว ทรัพย์สิน เช่น บ้าน ที่ดิน หุ้นของบริษัท หรือเงินฝาก จะตกไปอยู่กับใคร และในสัดส่วนเท่าไร ข้อดีของพินัยกรรม แต่ข้อจำกัดของพินัยกรรมคือ ปัญหาที่พินัยกรรมไม่สามารถแก้ได้ แม้พินัยกรรมจะมีความชัดเจนเรื่องการแบ่งทรัพย์สิน แต่ถึงอย่างนั้นก็ไม่สามารถจัดการกับประเด็นต่าง ๆ เหล่านี้ได้ ในขณะเดียวกัน ธรรมนูญครอบครัวสามารถลดปัญหาเหล่านี้ได้ โดยการวางกรอบร่วมกัน เช่น กำหนดว่าใครสามารถเข้ามาทำงานได้ ต้องมีคุณสมบัติแบบไหน ใครมีสิทธิออกเสียงในเรื่องสำคัญ หรือจะแต่งตั้งผู้บริหารรุ่นต่อไปอย่างไร พินัยกรรมเขียนคนเดียว ธรรมนูญครอบครัวเขียนร่วมกัน ข้อแตกต่างสำคัญอีกอย่างคือ กระบวนการจัดทำ พินัยกรรมมักจัดทำโดยเจ้าของเพียงคนเดียว… Continue reading ธรรมนูญครอบครัว VS พินัยกรรม

บรรยากาศการออกบูธที่งาน Asia Pacific Life Insurance Congress (APLIC 2025)

บรรยากาศการออกบูธที่งาน Asia Pacific Life Insurance Congress (APLIC 2025)

💖IPC ชวนมาจอยบูธที่งาน Asia Pacific Life Insurance Congress (APLIC 2025)💖 วันที่ 27 – 29 พฤษภาคม 2568 ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ✨ สิทธิพิเศษจากบูธของ IPC🔹 สัมมนา : เจาะลึกทุกขั้นตอนการทำธรรมนูญครอบครัว 3 วันเต็ม‼️พิเศษลงทะเบียนหน้าบูธรับส่วนลด 10% 📈 (ที่นั่งมีจำนวนจำกัด‼️)🔹 สัมมนา : จาก Keyman สู่ Employee Benefit รุ่นที่ 2 (Early Bird Price)🔹 คอร์ส Online : สร้างธุรกิจให้เติบโต จัดการภาษีเงินได้นิติบุคคลอย่างมืออาชีพ (โปรโมชั่นจาก 2,500 เหลือ 1,990.-)✨🔹 คอร์ส Online : กฎหมายธุรกิจฉบับเจ้าของบริษัทต้องรู้ (โปรโมชั่นจาก 2,500… Continue reading บรรยากาศการออกบูธที่งาน Asia Pacific Life Insurance Congress (APLIC 2025)

บรรยากาศการออกบูธที่งาน มหกรรมการเงินกรุงเทพ ครั้งที่ 25 (Money Expo 2025)

บรรยากาศการออกบูธที่งาน มหกรรมการเงินกรุงเทพ ครั้งที่ 25 (Money Expo 2025)

💖 IPC ขอขอบคุณทุกท่านที่แวะมาพบกันที่บูธของเราในงาน #งานมหกรรมการเงินกรุงเทพ ครั้งที่ 25 (Money Expo 2025) 💖 IPC รู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้มีโอกาสพูดคุย แบ่งปันข้อมูล และแลกเปลี่ยนไอเดียกับทุกท่านในบูธครั้งนี้ 🙏✨ ✨ สิทธิพิเศษจากบูธของ IPC🔹 สัมมนา : เจาะลึกทุกขั้นตอนการทำธรรมนูญครอบครัว🔹 พิเศษลงทะเบียนหน้าบูทลด 10% 📈 (ที่นั่งมีจำนวนจำกัด‼️) สำหรับใครที่ลงทะเบียนไม่ทันหน้าบูธเราขยายระยะเวลาสิทธิพิเศษกับราคา Early Brid ตั้งแต่วันนี้จนถึงวันที่ 31 พ.ค. 68 นี้เท่านั้น🔥🔥 IPC #IdolPlannerConsulting #MoneyExpo #มหกรรมการเงิน #MoneyExpo2025 #MoneyExpo2025Bangkok #มหกรรมการเงินกรุงเทพ2025