สิ่งที่ต้องเตรียมก่อนยื่นภาษีธุรกิจครึ่งปี (ภ.ง.ด.51) เจ้าของมือใหม่ต้องรู้

สิ่งที่ต้องเตรียมก่อนยื่นภาษีธุรกิจครึ่งปี (ภ.ง.ด.51) เจ้าของมือใหม่ต้องรู้

เพิ่งผ่านพ้นการยื่นภาษีเงินได้นิติบุคคลประจำปี (ภ.ง.ด.50) ไปได้ไม่ทันไร เจ้าของธุรกิจต้องปวดหัวกันอีกรอบเพราะต้องเริ่มเตรียมตัวสำหรับการยื่นภาษีรอบใหม่อย่าง “ภ.ง.ด.51” ซึ่งเป็นภาษีครึ่งปีสำหรับบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล เป็นหน้าที่สำคัญที่ปฏิเสธไม่ได้และต้องปฏิบัติตาม การยื่นภาษีแต่ละครั้งอาจฟังดูซับซ้อนและน่ากังวลใจ ดังนั้นบทความนี้จึงสรุปสิ่งที่เจ้าของกิจการมือใหม่ต้องเตรียมฉบับเข้าใจง่ายก่อนยื่นภาษีธุรกิจครึ่งปี ภ.ง.ด.51 คืออะไร? และต้องยื่นเมื่อไหร่? ภ.ง.ด.51 คือการยื่นแบบภาษีเงินได้รอบครึ่งปีสำหรับบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล ในทางบัญชีจะเรียกว่า “ครึ่งรอบระยะเวลาบัญชี” หรือรอบ 6 เดือน โดยเจ้าของกิจการจำเป็นต้องรวบรวมแบบแสดงรายการข้อมูลรายได้ครึ่งปี เพื่อนำไปยื่นเสียภาษีภายในระยะเวลา 2 เดือน นับจากวันสุดท้ายของครึ่งรอบระยะเวลาบัญชี ซึ่งหากเป็นรอบบัญชีเต็ม ปกติจะนับตั้งแต่เดือนมกราคมถึงธันวาคม (12 เดือน) ทำให้กำหนดยื่นแบบ ภ.ง.ด.51 มักไม่เกินวันที่ 31 สิงหาคมของแต่ละปี แต่ถ้าหากยื่นแบบออนไลน์ผ่านเว็บไซต์ของกรมสรรพากร จะได้รับการขยายเวลาออกไปอีก 8 วัน เท่ากับว่าควรยื่นแบบไม่เกินวันที่ 8 กันยายน  ตัวอย่างเช่น บริษัท A เริ่มรอบบัญชีวันที่ 1 มกราคม และสิ้นสุดรอบบัญชีในวันที่ 31 มกราคม บริษัท A ต้องรวบรวบข้อมูลรายได้ตั้งแต่เดือนมกราคม – มิถุนายน เพื่อนำไปยื่นเสียภาษีภายในวันที่… Continue reading สิ่งที่ต้องเตรียมก่อนยื่นภาษีธุรกิจครึ่งปี (ภ.ง.ด.51) เจ้าของมือใหม่ต้องรู้

บรรยากาศงานสัมมนา : คัมภีร์ภาษีอสังหาฯ : รู้ทันหลักเกณฑ์ถือ ซื้อ-ขาย ด้วย 9 กลยุทธ์เซฟเงินล้าน

สัมมนา : คัมภีร์ภาษีอสังหาฯ : รู้ทันหลักเกณฑ์ถือ ซื้อ-ขาย ด้วย 9 กลยุทธ์เซฟเงิน

📸 เก็บตกภาพบรรยากาศสำหรับสัมมนา “คัมภีร์ภาษีอสังหาฯ : รู้ทันหลักเกณฑ์ถือ ซื้อ-ขาย ด้วย 9 กลยุทธ์เซฟเงินล้าน”  ในวันพุธที่ 15 กรกฎาคม 2569 ที่ผ่านมา ณ  โรงแรมฮอลิเดย์ อินน์ กรุงเทพ สีลม ก่อนอื่นทางทีม Idol Planner Consulting ขอขอบคุณผู้ประกอบการทุกท่านที่ให้ความสนใจ สัมมนา “คัมภีร์ภาษีอสังหาฯ : รู้ทันหลักเกณฑ์ถือ ซื้อ-ขาย ด้วย 9 กลยุทธ์เซฟเงินล้าน”  ในครั้งนี้ ✨“คัมภีร์ภาษีอสังหาฯ : รู้ทันหลักเกณฑ์ถือ ซื้อ-ขาย ด้วย 9 กลยุทธ์เซฟเงินล้าน” ✨ 📌 [Highlight] สัมมนานี้คุณจะได้รู้… ✅ ภาษีและกฎหมายที่ต้องรู้✅ เลือกโครงสร้างถือครองให้เหมาะกับเป้าหมาย✅ ถือในนามบุคคล บริษัท หรือ Holding Company แบบไหนคุ้มกว่า✅ เทคนิคภาษีซื้อ ขาย… Continue reading บรรยากาศงานสัมมนา : คัมภีร์ภาษีอสังหาฯ : รู้ทันหลักเกณฑ์ถือ ซื้อ-ขาย ด้วย 9 กลยุทธ์เซฟเงินล้าน

บรรยากาศงานสัมมนา : EXIT PLAN & MODERN KEYMAN 2026

EXIT PLAN & MODERN KEYMAN 2026

📸 เก็บตกภาพบรรยากาศสำหรับสัมมนา “EXIT PLAN & MODERN KEYMAN 2026” ในวันเสาร์ที่ 27 มิถุนายน 2569 ที่ผ่านมา ณ โรงแรมฮอลิเดย์ อินน์ กรุงเทพ สีลม ก่อนอื่นทางทีม Idol Planner Consulting ขอขอบคุณผู้ประกอบการทุกท่านที่ให้ความสนใจ สัมมนา “EXIT PLAN & MODERN KEYMAN 2026” ในครั้งนี้ 🔥⚡️ ✨“EXIT PLAN & MODERN KEYMAN 2026” 🌟 📌 [Highlight] สัมมนานี้คุณจะได้รู้… ✅ Exit Plan 4 รูปแบบสำหรับเจ้าของธุรกิจ✅ ประเมินมูลค่าและเตรียมขาย/ส่งต่อกิจการ✅ ออกแบบ Keyman Insurance ให้เหมาะกับธุรกิจ✅ ภาษีและประเด็นสำคัญในการส่งต่อธุรกิจ✅ การบริหารความเสี่ยงเพื่อความมั่นคงระยะยาว สุดท้ายนี้ขอขอบคุณทุกท่านที่ให้ความสนใจการสัมมนาในครั้งนี้… Continue reading บรรยากาศงานสัมมนา : EXIT PLAN & MODERN KEYMAN 2026

บรรยากาศงานสัมมนา : นโยบายครอบครัว พลิกรายจ่ายบ้าน เป็นรายจ่ายบริษัท

บรรยากาศงานสัมมนา : สร้างความมั่นคงให้ครอบครัว ด้วยกลยุทธ์ดึงเงินจากธุรกิจแบบปลอดภาษี

📸 เก็บตกภาพบรรยากาศสำหรับสัมมนา “นโยบายครอบครัว พลิกรายจ่ายบ้าน เป็นรายจ่ายบริษัท” ในวันพุธที่ 27 พฤษภาคม 2569 ที่ผ่านมา ณ โรงแรมแรมแบรนดท์ กรุงเทพฯ ก่อนอื่นทางทีม Idol Planner Consulting ขอขอบคุณผู้ประกอบการทุกท่านที่ให้ความสนใจ สัมมนา “นโยบายครอบครัว พลิกรายจ่ายบ้าน เป็นรายจ่ายบริษัท” ในครั้งนี้ 🔥⚡️ ✨“นโยบายครอบครัว พลิกรายจ่ายบ้าน เป็นรายจ่ายบริษัท” 🌟 📌 [Highlight] สัมมนานี้คุณจะได้รู้… ✅ วิธี “จัดประชุมครอบครัว” เพื่อสร้างกติกาทางการเงินที่ชัดเจน✅ การทำ Family Balance Sheet แยกทรัพย์สินส่วนตัว vs ธุรกิจ✅ วิธีบริหารโครงสร้างบริษัท และการจัดการเงินอย่างเป็นระบบ✅ เทคนิค “จัดระเบียบสวัสดิการ” ให้เบิกผ่านบริษัทได้อย่างถูกต้อง✅ เปลี่ยนรายจ่ายครอบครัว ให้เป็นรายจ่ายบริษัท (ที่สรรพากรยอมรับ)✅ ปิดช่องโหว่ความเสี่ยง ด้วยเอกสารและหลักฐานที่ถูกต้อง สุดท้ายนี้ขอขอบคุณทุกท่านที่ให้ความสนใจการสัมมนาในครั้งนี้ และหวังเป็นอย่างยิ่งว่าในอนาคตจะพบเจอท่านกับกิจกรรมใหม่ ๆ… Continue reading บรรยากาศงานสัมมนา : นโยบายครอบครัว พลิกรายจ่ายบ้าน เป็นรายจ่ายบริษัท

บทเรียนจาก “แม่ประนอม”: ทำไมธุรกิจครอบครัวต้องมีสมุดทะเบียนผู้ถือหุ้นและใบหุ้น

บทเรียนจาก "แม่ประนอม" : ทำไมธุรกิจครอบครัวต้องมีสมุดทะเบียนผู้ถือหุ้นและใบหุ้น

กรณีข้อพิพาทในธุรกิจครอบครัวของ “แม่ประนอม” กลายเป็นอีกหนึ่งบทเรียนสำคัญ ที่สะท้อนให้เห็นว่าธุรกิจที่คุณสร้างมาทั้งชีวิตอาจเกิดปัญหาเรื่องความเป็นเจ้าของได้หากไม่มีระบบกำกับดูแลหุ้นที่ชัดเจน หลายคนเข้าใจว่าเป็นเจ้าของกิจการ เพียงแค่มีชื่ออยู่ในเอกสารบริษัทก็เพียงพอแล้วสำหรับการรักษาสิทธิในกิจการ แต่ในความเป็นจริงมีความเสี่ยงและความซับซ้อนกว่านั้นมาก โดยเฉพาะในธุรกิจครอบครัวที่มีทั้งความสัมพันธ์ ผลประโยชน์ และทรัพย์สินเข้ามาเกี่ยวข้อง สิ่งที่เจ้าของธุรกิจควรเรียนรู้จากเคส “น้ำพริกแม่ประนอม”: ปัญหาไม่ได้เริ่มจาก “หุ้น” เจ้าของธุรกิจครอบครัวส่วนใหญ่เป็นรุ่นพ่อแม่ ที่เมื่อมีลูกหลานก็มักไว้ใจให้ลูก ๆ เป็นคนจัดการหรือสืบกิจการต่อโดยไม่ได้มีการจัดทำ “สมุดทะเบียนผู้ถือหุ้น” และ “ใบหุ้น” เลย มีเพียงชื่อในระบบของกรมพัฒนาธุรกิจการค้า (DBD) ซึ่งเป็นช่องโหว่อันใหญ่โตให้เกิดการยักยอกหรือโอนหุ้นโดยมิชอบได้  ในกรณีของแม่ประนอมซึ่งให้ลูกสาวและลูกเขยได้สืบทอดกิจการต่อ ทำให้ทั้งคู่มีอำนาจในการคุมเอกสารสำคัญ และมีโอกาสแอบไปยื่นเปลี่ยน บอจ.5 กับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า โดยที่เจ้าตัวอาจไม่ทราบรายละเอียดหรือถูกหลอกให้เซ็นเอกสาร กว่าแม่ประนอมและลูกหลาน/พี่น้องคนอื่นมารู้ตัวอีกทีก็ได้กลายเป็นคนนอก ไม่มีสิทธิ์มีเสียงในบริษัทไปเสียแล้ว บอจ.5 คืออะไร? บอจ.5 เป็นแบบฟอร์มทางกฎหมายที่บันทึกข้อมูลรายชื่อผู้ถือหุ้นของบริษัทจำกัด ซึ่งจะแสดงรายละเอียดของผู้ถือหุ้นทั้งหมด พร้อมสัดส่วนการถือหุ้น ซึ่งเอกสารนี้ประกอบไปด้วยข้อมูลสำคัญของโครงสร้างการถือหุ้นของบริษัท ได้แก่ นอกจากข้อมูลรายชื่อของผู้ถือหุ้นแล้ว บอจ.5 ยังระบุรายละเอียดของบริษัทด้วย ทั้งชื่อบริษัท เลขทะเบียนนิติบุคคล ทุนจดทะเบียน และจำนวนหุ้นทั้งหมดของบริษัท หากมีการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างการถือหุ้นของบริษัทในรอบปี ไม่ว่าจะเป็นการโอนหุ้น การเพิ่มหรือลดทุน ทางบริษัทต้องระบุข้อมูลเหล่านี้ลงใน บอจ.5 เพื่อให้ข้อมูลมีความเป็นปัจจุบันและถูกต้องครบถ้วนที่สุด เอกสาร… Continue reading บทเรียนจาก “แม่ประนอม”: ทำไมธุรกิจครอบครัวต้องมีสมุดทะเบียนผู้ถือหุ้นและใบหุ้น

Holding Company ควรถือหุ้นบริษัทลูกกี่เปอร์เซ็นต์? วางโครงสร้างอย่างไรให้ชัด และไม่สร้างปัญหาในอนาคต

Holding Company ควรถือหุ้นบริษัทลูกกี่เปอร์เซ็นต์? วางโครงสร้างอย่างไรให้ชัด และไม่สร้างปัญหาในอนาคต

การกำหนดสัดส่วนการถือหุ้นของ Holding Company ในบริษัทลูก เป็นหนึ่งในประเด็นสำคัญที่เจ้าของธุรกิจครอบครัวต้องตัดสินใจตั้งแต่เริ่มวางโครงสร้าง หลายคนมองหาคำตอบที่เป็นตัวเลขชัดเจนหรือสูตรสำเร็จที่สามารถ นำไปใช้ได้ทันที แต่ในความเป็นจริงแล้ว เรื่องนี้ไม่มีคำตอบตายตัว เพราะสัดส่วนที่เหมาะสมขึ้นอยู่กับเป้าหมายของครอบครัว รูปแบบการบริหาร และแนวทางการส่งต่อธุรกิจในอนาคต สัดส่วนการถือหุ้นของ Holding Company ไม่มีสูตรตายตัว แต่ต้องสอดคล้องกับเป้าหมายครอบครัว การกำหนดสัดส่วนหุ้นไม่ใช่เพียงเรื่องของตัวเลข แต่เป็นการสะท้อนแนวคิดในการบริหารธุรกิจและการจัดการความสัมพันธ์ภายในครอบครัว บางครอบครัวให้ความสำคัญกับการควบคุมทิศทางธุรกิจอย่างรวมศูนย์ ขณะที่บางครอบครัวต้องการกระจายอำนาจเพื่อสร้างการมีส่วนร่วมของทายาทรุ่นถัดไป ดังนั้นโครงสร้างที่เหมาะสมจึงต้องออกแบบให้สอดคล้องกับเป้าหมายระยะยาว ไม่ใช่เพียงความสะดวกในระยะสั้น ถือหุ้น 100% เพื่อควบคุมทิศทาง หรือแบ่งหุ้นเพื่อสร้างแรงจูงใจ ครอบครัวที่เลือกให้ Holding Company ถือหุ้นในบริษัทลูกทั้งหมด มักต้องการความชัดเจนในอำนาจการตัดสินใจและการควบคุมทิศทางของธุรกิจ โครงสร้างลักษณะนี้ช่วยลดความซับซ้อนและทำให้การบริหารเป็นเอกภาพมากขึ้น ในขณะที่อีกหลายครอบครัวเลือกแบ่งหุ้นบางส่วนให้กับทายาทที่เข้ามาบริหารกิจการ เพื่อสร้างแรงจูงใจและความรู้สึกเป็นเจ้าของในผลงานที่ดูแลอยู่จริง แนวทางนี้ช่วยกระตุ้นการเติบโตของผู้บริหารรุ่นใหม่ แต่ก็ต้องแลกมากับความ   ซับซ้อนในการจัดการสิทธิและผลประโยชน์ ความเสี่ยงที่แท้จริง: ความไม่ชัดเจนของสิทธิในการถือหุ้น ปัญหาที่เกิดขึ้นในหลายครอบครัวไม่ได้มาจากการเลือกสัดส่วนหุ้นผิด แต่เกิดจากการที่ไม่ได้กำหนดเงื่อนไขของการ ถือหุ้นให้ชัดเจนตั้งแต่ต้น โดยเฉพาะประเด็นสำคัญว่า หุ้นที่ให้กับสมาชิกในครอบครัวนั้นเป็นกรรมสิทธิ์ถาวรหรือเป็นสิทธิที่ผูกกับบทบาทและตำแหน่งหน้าที่ หากไม่มีการกำหนดหลักเกณฑ์เหล่านี้อย่างชัดเจนอาจทำให้เกิดข้อขัดแย้งในภายหลัง เช่น กรณีที่ผู้ถือหุ้นไม่ได้มี   ส่วนร่วมในการบริหาร แต่ยังคงถือสิทธิในผลประโยชน์ หรือกรณีที่มีการเปลี่ยนแปลงบทบาทของสมาชิกในครอบครัว แยกบทบาท “เจ้าของ”… Continue reading Holding Company ควรถือหุ้นบริษัทลูกกี่เปอร์เซ็นต์? วางโครงสร้างอย่างไรให้ชัด และไม่สร้างปัญหาในอนาคต

เอาที่ดินเข้าบริษัทแล้วปลอดภัยจริงไหม? บทเรียนที่หลายครอบครัวมองข้าม

เอาที่ดินเข้าบริษัทแล้วปลอดภัย-จริงไหม

หลายครอบครัวตัดสินใจนำที่ดินหรือทรัพย์สินของครอบครัวเข้าไปอยู่ในบริษัทโดยมีความตั้งใจชัดเจนว่าอยากเก็บทรัพย์สินไว้ให้ “คนในครอบครัว” เท่านั้น และพยายามหลีกเลี่ยงไม่ให้เขยหรือสะใภ้เข้ามามีสิทธิในทรัพย์สิน ด้วยการไม่ใส่ชื่อเป็นผู้ถือหุ้นโดยตรง โครงสร้างแบบนี้ดูเหมือนรัดกุมและปลอดภัย แต่ในความเป็นจริงกลับมีหลายกรณีที่ทรัพย์สินของครอบครัว      “หลุดออกไปสู่คนนอก” โดยที่เจ้าของเดิมไม่ตั้งใจ และบางครั้งเกิดขึ้นอย่างเงียบ ๆ โดยไม่มีใครได้ทันตั้งตัว ปัญหาไม่ได้อยู่ที่ “ชื่อผู้ถือหุ้น” แต่อยู่ที่ “กฎหมาย” สิ่งที่หลายครอบครัวมองข้าม คือ แม้เขยหรือสะใภ้จะไม่ได้มีชื่อเป็นผู้ถือหุ้นในบริษัทแต่หากหุ้นนั้นได้มาหลังการสมรส หุ้นดังกล่าวอาจถูกมองว่าเป็น “สินสมรส” ตามกฎหมาย นั่นหมายความว่าหากเกิดเหตุการณ์สำคัญ เช่น การหย่าร้าง หรือการเสียชีวิต สิทธิในทรัพย์สินอาจไม่ได้อยู่แค่กับคนในสายเลือดอีกต่อไป แต่สามารถตกทอดหรือถูกแบ่งไปยังบุคคลอื่นตามที่กฎหมายกำหนดได้ และนี่คือจุดที่ทำให้ทรัพย์สินที่ตั้งใจจะเก็บไว้ในครอบครัว อาจค่อย ๆ เปลี่ยนมือไปโดยที่ไม่ได้วางแผนไว้ตั้งแต่ต้น การเอาที่ดินเข้าบริษัท ไม่ใช่คำตอบ หากไม่มีโครงสร้างรองรับ การนำที่ดินหรือทรัพย์สินเข้าไปอยู่ในบริษัทเป็นเพียง “เครื่องมือ” ในการจัดการทรัพย์สิน แต่ไม่ใช่คำตอบทั้งหมด   ในการป้องกันความเสี่ยง หากไม่มีการออกแบบโครงสร้างให้รอบคอบ ไม่มีการกำหนดสิทธิ หน้าที่ และเงื่อนไขต่าง ๆ อย่างชัดเจน โครงสร้างที่ตั้งใจจะป้องกันปัญหา อาจกลายเป็นช่องว่างที่ทำให้เกิดปัญหาในอนาคตแทน โดยเฉพาะในธุรกิจครอบครัวที่มีสมาชิกเพิ่มขึ้นตามรุ่น ความซับซ้อนของความสัมพันธ์และผลประโยชน์ก็จะเพิ่มขึ้นตามไปด้วย วางแผนล่วงหน้า เพื่อไม่ให้… Continue reading เอาที่ดินเข้าบริษัทแล้วปลอดภัยจริงไหม? บทเรียนที่หลายครอบครัวมองข้าม

Holding Company มีแล้ว…แต่ทำไมพี่น้องยังทะเลาะกัน?

Holding-Company-มีแล้ว…แต่ทำไมพี่น้องยังทะเลาะกัน.png

หลายครอบครัวตัดสินใจจัดตั้ง Holding Company เพราะเชื่อว่าจะเป็นคำตอบของทุกปัญหาในธุรกิจครอบครัว เมื่อมีโครงสร้างที่ชัดเจน มีบริษัทแม่คอยถือหุ้นแทนสมาชิกในครอบครัว ทุกอย่างก็น่าจะเป็นระบบมากขึ้น ทั้งในเรื่องการบริหาร การถือครองทรัพย์สิน และการส่งต่อธุรกิจจากรุ่นสู่รุ่น แต่ในความเป็นจริงกลับพบว่าหลายครอบครัวแม้จะมี Holding Company แล้วความขัดแย้งระหว่างพี่น้องก็ยังคงเกิดขึ้น และบางครั้งกลับรุนแรงมากกว่าเดิมด้วยซ้ำ Holding Company ไม่ใช่คำตอบหากคนยังไม่พร้อม สาเหตุสำคัญไม่ได้อยู่ที่โครงสร้างของบริษัทแต่อยู่ที่ “คนในครอบครัว” ที่ยังมีความเข้าใจไม่ตรงกัน เพราะ Holding Company ไม่ได้ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อเป็นเพียงที่เก็บกำไรหรือรวบรวมทรัพย์สินเท่านั้น แต่เป็นเครื่องมือในการจัดระเบียบความสัมพันธ์และผลประโยชน์ของคนในครอบครัว หากสมาชิกยังไม่เข้าใจบทบาท สิทธิ และหน้าที่ของตัวเองอย่างชัดเจน ต่อให้มีโครงสร้างที่ดีเพียงใดก็ไม่สามารถป้องกันความขัดแย้งได้ ความขัดแย้งไม่ได้เริ่มจากธุรกิจ แต่เริ่มจาก “ความคาดหวัง” ปัญหาที่มักเกิดขึ้นในธุรกิจครอบครัวส่วนใหญ่ไม่ได้เริ่มจากตัวธุรกิจแต่เริ่มจากความคาดหวังที่ไม่ตรงกันของสมาชิกในครอบครัว เช่น ใครควรเป็นคนตัดสินใจเรื่องสำคัญ ใครควรได้รับผลตอบแทนมากกว่า หรือคนที่ไม่ได้ทำงานในบริษัทควรได้รับปันผลในระดับเดียวกับคนที่ทำงานหรือไม่ รวมไปถึงประเด็นเรื่องสิทธิของคู่สมรสในทรัพย์สิน เมื่อคำถามเหล่านี้ไม่มีคำตอบที่ตกลงร่วมกันตั้งแต่ต้นแต่ละคนจะใช้มุมมองของตัวเองเป็นเกณฑ์ และเมื่อผลประโยชน์เข้ามาเกี่ยวข้องความไม่ชัดเจนเหล่านี้จะกลายเป็นความขัดแย้งทันที ความเข้าใจทางกฎหมายคือพื้นฐานที่ขาดไม่ได้ การมี Holding Company ให้ได้ผลจริงจึงต้องเริ่มจากการสร้างความเข้าใจร่วมกันในเรื่องกฎหมายที่เกี่ยวข้อง ไม่ว่าจะเป็นกฎหมายหุ้นส่วนบริษัท กฎหมายทรัพย์สินระหว่างคู่สมรส หรือกฎหมายมรดก เพราะกฎหมายเหล่านี้เป็นตัวกำหนดสิทธิและหน้าที่ของแต่ละคนโดยตรง หากสมาชิกในครอบครัวไม่มีความเข้าใจในเรื่องเหล่านี้ การตัดสินใจร่วมกันจะเต็มไปด้วยความคลุมเครือและเปิดช่องให้เกิดข้อพิพาทในอนาคตได้ง่าย จากข้อตกลงในใจสู่กติกาที่บังคับใช้ได้จริง แม้หลายครอบครัวจะมีการพูดคุยและตกลงกันภายใน แต่หากยังคงเป็นเพียงคำสัญญาปากเปล่าหรือความเข้าใจโดยนัยก็ไม่เพียงพอในระยะยาว เพราะเมื่อเวลาผ่านไปหรือมีเหตุการณ์เปลี่ยนแปลงความเข้าใจเดิมอาจไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป… Continue reading Holding Company มีแล้ว…แต่ทำไมพี่น้องยังทะเลาะกัน?

3 จุดตายเรื่องภาษีหัก ณ ที่จ่าย ที่ทำให้ธุรกิจครอบครัวเสียสิทธิประโยชน์โดยไม่รู้ตัว

3 จุดตายเรื่องภาษีหัก ณ ที่จ่าย

ในการทำธุรกิจ ไม่ว่าจะเป็นธุรกิจส่วนตัวหรือธุรกิจครอบครัว การมีเส้นแบ่งระหว่างเงินในกระเป๋าส่วนตัวและเงินในกระเป๋าของบริษัทมักเป็นประเด็นที่น่าปวดหัวให้กับเจ้าของกิจการอยู่บ่อยครั้ง นั่นรวมถึงเรื่องของ “ภาษีหัก ณ ที่จ่าย” ที่หลายคนมักมองข้าม โดยเฉพาะในการทำธุรกิจครอบครัวหรือกงสี เพราะคิดว่าเป็นเรื่องของคนกันเอง ซึ่งถือว่าเป็นช่องโหว่ขนาดใหญ่ที่ทำให้ธุรกิจที่เคยรุ่งเรืองอาจล้มลงได้เพราะต้องเสียสิทธิประโยชน์ทางภาษีไปอย่างน่าเสียดาย ภาษีหัก ณ ที่จ่ายคืออะไร และใครบ้างที่ต้องจ่าย? ภาษีหัก ณ ที่จ่าย คือ การจัดเก็บภาษีในรูปแบบหนึ่ง ที่กำหนดให้ “ผู้จ่ายเงิน” ต้องหักเงินส่วนหนึ่งออกจากจำนวนเงินเต็มที่ต้องจ่ายให้กับ “ผู้รับเงิน” ไม่ว่าจะเป็นเงินค่าจ้างหรือค่าบริการก็ตาม เพื่อนำเงินส่วนที่หักออกส่งให้กับทางกรมสรรพากร ทำให้ผู้รับเงินได้รับยอดเงินน้อยกว่าจำนวนเต็มตามที่ได้ตกลงไว้ แต่ผู้รับเงินจะได้รับเอกสารหนังสือรับรองภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่ายไว้เป็นหลักฐานสำหรับใช้ในการยื่นภาษีประจำปีแบบเงินได้บุคคลธรรมดา และถ้าหากมีสิทธิ์ตามข้อกำหนดก็สามารถยื่นขอภาษีในส่วนนี้คืนได้ โดยจะมีการหักภาษี ณ ที่จ่ายทุกครั้งที่มีการจ่ายเงินครั้งเดียวหรือหลายครั้ง ที่มียอดชำระรวมอยู่ที่ 1,000 บาทขึ้นไปตามเงื่อนไขที่ภาษีรูปแบบนี้ได้กำหนดไว้ มีจุดประสงค์เพื่อเพิ่มรายได้และสภาพคล่องให้กับคลังของภาครัฐอย่างสม่ำเสมอ พร้อมกับลดภาระให้ผู้เสียภาษี เพราะไม่จำเป็นต้องเสียภาษีจำนวนมากพร้อมกันในครั้งเดียว “ผู้จ่ายเงิน” ซึ่งอาจเป็นบุคคลธรรมดาหรือนิติบุคคล เช่น องค์กรหรือบริษัทก็ได้ เป็นผู้ที่มีหน้าที่ในการหักภาษี ณ ที่จ่าย โดยจำเป็นต้องปฏิบัติหน้าที่ตามรายการดังนี้ จุดตายที่ 1: การจ่ายเงินแบบยอดสุทธิ (Net) โดยไม่หักเงินภาษี ณ ที่จ่าย… Continue reading 3 จุดตายเรื่องภาษีหัก ณ ที่จ่าย ที่ทำให้ธุรกิจครอบครัวเสียสิทธิประโยชน์โดยไม่รู้ตัว

“Holding Company ตั้งเองได้ไหม?” คำถามที่หลายคนถามแต่คำตอบไม่ได้อยู่ที่ ‘ตั้งได้หรือไม่ได้’

Holding-Company-ตั้งเองได้ไหม

คำถามที่พบบ่อย คือ “Holding Company ตั้งเองได้ไหม?” คำตอบคือ “สามารถทำได้” ในเชิงขั้นตอนการจัดตั้ง Holding Company ไม่ได้ซับซ้อนหลายธุรกิจสามารถให้ฝ่ายบัญชีหรือที่ปรึกษาทั่วไปดำเนินการได้ แต่สิ่งที่หลายคนมองข้ามคือ การตั้งบริษัท “ไม่ใช่เรื่องยาก” แต่การ “ตั้งให้ถูกตั้งแต่แรก” ต่างหากที่สำคัญกว่า เพราะหากไม่มีการวางแผนที่ดีสิ่งที่อาจเสียไปไม่ใช่แค่เวลาแต่คือ “โอกาส” ในระยะยาวของทั้งธุรกิจและครอบครัว ปัญหาไม่ได้อยู่ที่การตั้ง Holding Company แต่อยู่ที่ “การตั้งโดยไม่วางแผน” หลายกรณีเริ่มจากการอยากมี Holding Company แต่ไม่ได้วิเคราะห์โครงสร้างเดิมก่อนว่า เมื่อไม่มีการมองภาพรวมโครงสร้างที่ได้อาจตั้ง Holding Company ได้ แต่ไม่สามารถตอบโจทย์ในระยะยาวได้จริง สิ่งที่ควรทำก่อนจัดตั้ง Holding Company การวางโครงสร้างที่ดี ควรเริ่มจากการทำความเข้าใจธุรกิจเดิมให้ชัด เช่น เพราะสิ่งเหล่านี้จะเป็นตัวกำหนดว่า Holding Company ควรถือหุ้นอย่างไร และควรมีสัดส่วนแบบไหนถึงจะเหมาะสม Holding Company ไม่ใช่แค่ “ตั้งบริษัท” แต่คือการ “ออกแบบโครงสร้าง” หลังจากตั้งบริษัทแล้ว สิ่งที่สำคัญไม่แพ้กันคือ การกำหนดกติกาในการทำงานร่วมกัน โดยเฉพาะในธุรกิจครอบครัว… Continue reading “Holding Company ตั้งเองได้ไหม?” คำถามที่หลายคนถามแต่คำตอบไม่ได้อยู่ที่ ‘ตั้งได้หรือไม่ได้’