ลงมือลงแรงสร้างบริษัทมาหลายสิบปีจนธุรกิจเติบโตขยายใหญ่ขึ้น มีกำไรเข้ามาสม่ำเสมอ แต่สุดท้ายลูกหลานกลับไม่มีความต้องการที่จะสืบทอดกิจการแม้แต่คนเดียว หากเป็นความเชื่อเดิม เจ้าของธุรกิจส่วนใหญ่มักคิดว่ากิจการคงไปต่อไม่ได้เมื่อไม่มีใครมาสานต่อ และต้องจำใจเลิกกิจการไปในที่สุด ซึ่งเป็นการทิ้งมูลค่าแบรนด์และฐานลูกค้าที่สั่งสมมาทั้งชีวิตไปอย่างน่าเสียดาย แต่ในความเป็นจริงการเลิกกิจการไม่ใช่ทางออกเดียวสำหรับกรณีนี้ การทำ Exit Plan โดยใช้วิธี M&A อาจเป็นแผนรับมือที่ช่วยให้กิจการยังสามารถไปต่อได้โดยเปลี่ยนมูลค่าธุรกิจเป็นหุ้นในโครงสร้างใหม่ที่แข็งแกร่งกว่า เจ้าของธุรกิจเดิมรับผลตอบแทนผ่านเงินปันผลและไม่ต้องแบกรับภาระการบริหารคนเดียวอีกต่อไป ทำความรู้จัก M&A: การควบรวมกิจการ vs การเข้าซื้อกิจการ ต่างกันอย่างไร? M&A ย่อมาจาก Mergers and Acquisitions หมายถึงการควบรวมและเข้าซื้อกิจการ โดยมีแนวคิดที่ว่าการรวมธุรกิจสองแห่งจะทำให้เกิดมูลค่าสูงกว่าตอนที่ทั้งสองบริษัทแยกกันดำเนินการ Strategic Merger: รูปแบบ M&A สำหรับเจ้าของธุรกิจที่ต้องการถอนตัวอย่างยั่งยืน “Strategic Merger” หรือ การควบรวมกิจการเชิงกลยุทธ์ คือ M&A รูปแบบหนึ่งซึ่งนำบริษัทของเราไปควบรวมกับบริษัทคู่แข่งหรือบริษัทที่อยู่ในอุตสาหกรรมเดียวกันแต่มีศักยภาพและระบบบริหารจัดการที่พร้อมกว่า โดยเปลี่ยนมูลค่าบริษัทเดิมให้กลายเป็นหุ้นในบริษัทใหม่หรือบริษัทที่ใหญ่ขึ้นตามสัดส่วนการประเมินมูลค่าที่ตกลงกัน โดยพันธมิตรที่มีความเชี่ยวชาญจะเข้ามาดูแลด้านการบริหาร การปฏิบัติงาน และการขยายตลาดแทนทั้งหมด ช่วยให้เจ้าของเดิมไม่ต้องบริหารเอง ความเป็นเจ้าของยังคงอยู่ตามสัดส่วนหุ้นที่ไปร่วมกับบริษัทใหม่ หากเจ้าของใหม่สามารถจัดการได้ดี สร้างกำไรให้บริษัทเติบโตได้มากขึ้น เจ้าของเดิมก็จะเติบโตไปพร้อมกับกิจการใหม่และได้รับเงินปันผลอย่างสม่ำเสมอ กลายมาเป็น Passive Income ที่มั่นคงเสมือนกับเงินบำนาญในวัยเกษียณ ทำไม M&A แบบควบรวมถึงคุ้มค่ากว่าการเลิกกิจการ? การทำ M&A เชิงควบรวม เป็นการรวมบริษัทเข้าด้วยกันกับพันธมิตรหรือบุคคลภายนอกที่มีศักยภาพเพื่อให้เกิดความเข้มแข็งทางธุรกิจ (Synergy) นับเป็นกลยุทธ์การถอนตัวออกจากธุรกิจที่มีประสิทธิภาพและคุ้มค่ามากกว่าการเลิกกิจการแม้ไม่มีทายาทสืบทอด เนื่องจากการปิดบริษัทมักจำเป็นต้องทยอยขายทรัพย์สินรายชิ้นแบบบังคับขาย (Forced Sell) ซึ่งมักได้ราคาต่ำกว่าความเป็นจริง นอกจากนี้การปิดกิจการยังมีค่าใช้จ่ายในการเลิกจ้าง การเคลียร์หนี้ และมีขั้นตอนทางกฎหมาย ภาษี รวมถึงการค้ำประกันต่าง ๆ ที่ต้องใช้เวลานาน การทำ M&A สามารถรักษาทรัพย์สินทางปัญญาและมูลค่าทางธุรกิจได้ผ่านการนำฐานลูกค้า แบรนด์ ระบบงาน และความสามารถในการทำกำไรไปเพิ่มมูลค่าในโครงสร้างใหม่ ทำให้ได้รับราคาที่ดีกว่าหลายเท่า ธุรกิจที่สร้างมากับมือไม่สูญหาย พนักงานชุดเดิมยังคงมีอาชีพและสามารถเติบโตต่อได้ในองค์กรที่มีโครงสร้างใหญ่ขึ้นและมีระบบการบริหารจัดการที่มีความพร้อมมากขึ้น อีกทั้งเจ้าของธุรกิจเดิมยังสามารถถ่ายโอนความเสี่ยงและสินเชื่อสถาบันการเงินไปยังบริษัทใหม่ได้อย่างถูกต้องตามกฎหมาย และไม่จำเป็นต้องลงมือบริหารเอง… Continue reading ไม่มีทายาทรับไม้ต่อ แต่ไม่อยากเลิกกิจการ: เทคนิคการทำ M&A เพื่อถอนตัวอย่างมั่นคง
ไม่มีทายาทรับไม้ต่อ แต่ไม่อยากเลิกกิจการ: เทคนิคการทำ M&A เพื่อถอนตัวอย่างมั่นคง