
เพิ่งผ่านพ้นการยื่นภาษีเงินได้นิติบุคคลประจำปี (ภ.ง.ด.50) ไปได้ไม่ทันไร เจ้าของธุรกิจต้องปวดหัวกันอีกรอบเพราะต้องเริ่มเตรียมตัวสำหรับการยื่นภาษีรอบใหม่อย่าง “ภ.ง.ด.51” ซึ่งเป็นภาษีครึ่งปีสำหรับบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล เป็นหน้าที่สำคัญที่ปฏิเสธไม่ได้และต้องปฏิบัติตาม การยื่นภาษีแต่ละครั้งอาจฟังดูซับซ้อนและน่ากังวลใจ ดังนั้นบทความนี้จึงสรุปสิ่งที่เจ้าของกิจการมือใหม่ต้องเตรียมฉบับเข้าใจง่ายก่อนยื่นภาษีธุรกิจครึ่งปี
ภ.ง.ด.51 คืออะไร? และต้องยื่นเมื่อไหร่?
ภ.ง.ด.51 คือการยื่นแบบภาษีเงินได้รอบครึ่งปีสำหรับบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล ในทางบัญชีจะเรียกว่า “ครึ่งรอบระยะเวลาบัญชี” หรือรอบ 6 เดือน โดยเจ้าของกิจการจำเป็นต้องรวบรวมแบบแสดงรายการข้อมูลรายได้ครึ่งปี เพื่อนำไปยื่นเสียภาษีภายในระยะเวลา 2 เดือน นับจากวันสุดท้ายของครึ่งรอบระยะเวลาบัญชี ซึ่งหากเป็นรอบบัญชีเต็ม ปกติจะนับตั้งแต่เดือนมกราคมถึงธันวาคม (12 เดือน) ทำให้กำหนดยื่นแบบ ภ.ง.ด.51 มักไม่เกินวันที่ 31 สิงหาคมของแต่ละปี แต่ถ้าหากยื่นแบบออนไลน์ผ่านเว็บไซต์ของกรมสรรพากร จะได้รับการขยายเวลาออกไปอีก 8 วัน เท่ากับว่าควรยื่นแบบไม่เกินวันที่ 8 กันยายน
ตัวอย่างเช่น บริษัท A เริ่มรอบบัญชีวันที่ 1 มกราคม และสิ้นสุดรอบบัญชีในวันที่ 31 มกราคม บริษัท A ต้องรวบรวบข้อมูลรายได้ตั้งแต่เดือนมกราคม – มิถุนายน เพื่อนำไปยื่นเสียภาษีภายในวันที่ 1 กันยายนของทุกปี
การยื่น ภ.ง.ด.51 เป็นการช่วยเจ้าของกิจการกระจายภาระทางภาษีไม่ให้หนักจนเกินไปในช่วงปลายปี ซึ่งเปรียบเสมือนการจ่ายภาษีล่วงหน้า เนื่องจากสามารถนำไปหักออกได้เมื่อมีการยื่นภาษีนิติบุคคล (ภ.ง.ด.50) ตอนปลายปี
ใครต้องมีหน้าที่ยื่น ภ.ง.ด.51 และใครบ้างที่ไม่ต้องยื่น?
กรมสรรพากรได้กำหนดไว้อย่างชัดเจนว่ามีกิจการแบบใดบ้างที่เข้าข่ายต้องยื่นภาษีครึ่งปีแรก ได้แก่
- บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล ที่ตั้งขึ้นตามกฎหมายไทย และที่ตั้งขึ้นตามกฎหมายต่างประเทศ ที่ต้องจัดทำประมาณการกำไรสุทธิหรือขาดทุนสุทธิ
- บริษัทจดทะเบียน ธนาคารพาณิชย์ตามกฎหมายว่าด้วยการธนาคารพาณิชย์ หรือบริษัทเงินทุน บริษัทหลักทรัพย์ หรือบริษัทเครดิตฟองซิเอร์
- กิจการที่มีรอบระยะเวลาบัญชีไม่น้อยกว่า 12 เดือน และยังคงดำเนินการอยู่
และผู้ที่ไม่ต้องยื่น ภ.ง.ด.51 คือกลุ่มคนดังนี้
- บริษัทเปิดใหม่ ที่มีรอบระยะเวลาบัญชีไม่ถึง 12 เดือน จะได้รับการยกเว้นให้ไม่ต้องยื่นภาษีครึ่งปีในรอบนั้น
ตัวอย่างเช่น บริษัท B เริ่มจดทะเบียนและเปิดบริษัทในเดือนพฤษภาคม 2569 และปิดรอบบัญชีในเดือนธันวาคม 2569 นั่นแปลว่ารอบบัญชีปี 2569 ของบริษัท B คือเดือนพฤษภาคม – ธันวาคม เท่ากับไม่ครบ 12 เดือน ทำให้ในปี 2560 บริษัท B ยังไม่ต้องยื่นแบบ ภ.ง.ด.51 และให้เริ่มยื่นภาษีครึ่งปีนิติบุคคลในปีถัดไปแทน - บุคคลธรรมดา รวมถึงผู้ประกอบการที่เป็นร้านค้าทั่วไปหรือประกอบอาชีพฟรีแลนซ์ในนามบุคคล ไม่ต้องยื่นภาษีครึ่งปีนิติบุคคล แต่มีหน้าที่ในการยื่นภาษีเงินได้ตอนสิ้นปี (ภ.ง.ด.90) หรือภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาครึ่งปี (ภ.ง.ด.94) แทน
Checklist เอกสารที่ต้องเตรียมก่อนยื่น ภ.ง.ด.51
- แบบ ภ.ง.ด.51
เอกสารสำหรับการกรอกข้อมูลรายละเอียดของบริษัท รอบบัญชีที่ใช้ยื่น และยอดภาษีที่ต้องชำระเพิ่ม ซึ่งสามารถเข้าไปดาวน์โหลดแบบฟอร์มนี้ได้โดยตรงที่เว็บไซต์ของกรมสรรพากร หรือขอรับแบบฟอร์มเองได้ที่สำนักงานสรรพากรทุกแห่ง
- งบกำไรขาดทุนประมาณการ
ในการยื่นภาษีครึ่งปีของนิติบุคคล โดยทั่วไปจำเป็นต้องมีการประมาณการกำไรสุทธิของงบทั้งรอบระยะเวลาบัญชี (12 เดือน) ดังนั้นจึงต้องจัดทำเอกสารขึ้นมาเพื่อคำนวณหากำไรสุทธิสำหรับคิดภาษี 50% ที่จะต้องนำมาใช้สำหรับการเสียภาษีตอนกลางปี โดยตัวเลขนี้ต้องมีความถูกต้องตามความเป็นจริง
- เอกสารแสดงรายได้และรายจ่าย
เป็นเอกสารที่ใช้ยื่นประกอบเพื่อเป็นข้อมูลเพิ่มเติมในการคำนวณภาษีครึ่งปี ซึ่งสามารถจัดทำให้อยู่ในรายงานแสดงรายได้และค่าใช้จ่ายทั้งหมดของกิจการที่นำมาใช้ในการคำนวณกำไรขาดทุนของบริษัท เอกสารนี้จะแสดงที่มาที่ไปของตัวเลขในงบประมาณการ ทำให้สามารถตรวจสอบข้อมูลย้อนหลังได้ง่ายขึ้น
- รายการปรับปรุงกำไรทางภาษี (ถ้ามี)
หากกิจการมีการปรับเพิ่มหรือปรับลดตัวเลขในกำไรสุทธิของงบการเงิน กิจการนั้นจำเป็นต้องจัดทำรายการปรับปรุงกำไรทางภาษีให้ถูกต้องสำหรับยื่นเพิ่มเติมเพื่อเป็นหลักฐาน การปรับปรุงกำไรทางภาษีให้ถูกต้องจะช่วยให้ธุรกิจเสียภาษีตามยอดที่กฎหมายกำหนดจริง โดยที่ไม่ต้องเสียภาษีมากเกินความจำเป็น
ปลดล็อกปัญหาภาษีหยุมหยิมด้วยที่ปรึกษามืออาชีพ
เจ้าของธุรกิจมือใหม่หลายคนมักโฟกัสแค่เรื่องภาษีเงินได้ตอนปลายปี จนลืมไปว่ารอยรั่วทางภาษีที่แท้จริงมักซ่อนอยู่ในชีวิตประจำวัน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องรายจ่ายต้องห้ามหรือการจัดการภาษีมูลค่าเพิ่มที่ผิดพลาด
ยกระดับการบริหารธุรกิจของคุณวันนี้ด้วยบริการ “วางแผนภาษีแบบครอบคลุม” ผ่าน IdolPlanner Consulting ที่จะช่วยคุณวางแผนระบบภาษีระดับองค์กรในทุกมิติ ทั้งการถือหุ้น ตลอดจนการคัดกรองทรัพย์สินและรายจ่ายต้องห้าม เพื่อลดความเสี่ยงทางภาษีและสร้างระบบหลังบ้านที่ช่วยรักษาผลประโยชน์และผลกำไรขององค์กรอย่างถูกต้องภายใต้กรอบกฎหมาย
บทความแนะนำ
- 3 จุดตายเรื่องภาษีหัก ณ ที่จ่าย ที่ทำให้ธุรกิจครอบครัวเสียสิทธิประโยชน์โดยไม่รู้ตัว
- โครงสร้างการถือหุ้นแบบไหน ลดภาษีได้และป้องกันความขัดแย้งในอนาคต
- จากเงินสดในบัญชี สู่ทรัพย์สินที่สร้างคุณค่า วิถีของครอบครัวที่มองไกล
สำหรับท่านที่ต้องการสอบถามหรือรับคำปรึกษาเบื้องต้น
สามารถกรอกรายละเอียดได้ที่ฟอร์มแนบ
https://forms.gle/YMvaxRmnpqiNUGdVA
หรือติดต่อตามช่องทางที่ปรากฎไว้ดังนี้
Line : @idolplanner
Tel : 085-155-0554



