
หลายครอบครัวทุ่มเทแรงกายแรงใจสร้างธุรกิจขึ้นมาหลายปีจนประสบความสำเร็จ โดยเชื่อว่าไม่ว่าอย่างไรความสำเร็จนี้จะถูกส่งต่อไปยังรุ่นลูกรุ่นหลานอย่างราบรื่นแน่นอน แต่สิ่งที่หลายคนอาจคาดไม่ถึงคือ ธุรกิจกงสีร้อยล้านสามารถหยุดชะงักลงได้ชั่วข้ามคืน เพียงแค่ผู้ถือหุ้นใหญ่ของบริษัทเสียชีวิตอย่างกะทันหันโดยไม่ได้ทำพินัยกรรมไว้ ทำให้จากสมบัติร้อยล้านที่เคยเป็นความภาคภูมิใจของครอบครัว อาจกลายเป็นสภาวะแช่แข็งของหุ้นและการดำเนินงานของธุรกิจ เกิดความขัดแย้งภายในครอบครัว รวมถึงอาจเกิดภาระภาษีมรดกที่ทายาทตั้งตัวไม่ทัน และนี่คือเหตุผลว่าทำไมการไม่มีพินัยกรรมถึงเป็นความเสี่ยงร้ายแรงสำหรับธุรกิจครอบครัว
1. ทรัพย์สินและหุ้นถูกแบ่งตามกฎหมาย ไม่ใช่ความสามารถ
เมื่อผู้ถือหุ้นใหญ่ของกิจการเสียชีวิตอย่างกะทันหันโดยไม่มีพินัยกรรม ทรัพย์สินและหุ้นทั้งหมดจะกลายเป็น “กองมรดก” ที่ต้องจัดสรรให้ “ทายาทโดยธรรม” ตามลำดับกฎหมาย 6 ลำดับ ได้แก่
ลำดับที่ 1 ผู้สืบสันดาน (บุตรชอบด้วยกฎหมาย, บุตรนอกกฎหมายที่บิดารับรอง, บุตรบุญธรรม, หลาน, เหลน)
ลำดับที่ 2 บิดา มารดา (ที่ชอบด้วยกฎหมาย)
ลำดับที่ 3 พี่น้องร่วมบิดามารดาเดียวกัน
ลำดับที่ 4 พี่น้องร่วมบิดาหรือร่วมมารดาเดียวกัน
ลำดับที่ 5 ปู่ ย่า ตา ยาย
ลำดับที่ 6 ลุง ป้า น้า อา
สำหรับ คู่สมรสที่จดทะเบียนถูกต้อง มีสิทธิได้รับส่วนแบ่งเสมือนทายาทลำดับที่ 1 (เทียบเท่าลูก 1 คน) แต่หากผู้เสียชีวิตไม่มีบุตร สัดส่วนมรดกที่คู่สมรสจะได้รับตามกฎหมายก็ยิ่งเพิ่มมากขึ้น
2. เกิดความขัดแย้งภายในครอบครัว
กฎหมายให้ความคุ้มครองบุตรทุกคนเท่ากัน ส่งผลให้ลูกทุกคนได้รับหุ้นและทรัพย์สินในสัดส่วนที่เท่ากันทั้งหมด ไม่ว่าจะเข้ามาช่วยบริหารธุรกิจหรือไม่ก็ตาม จุดนี้มักสร้างความรู้สึกไม่เป็นธรรมแก่ลูกคนที่ทุ่มเททำงานหนัก แต่กลับต้องแบ่งอำนาจโหวตและปันผลเท่ากับคนที่ไม่เคยเข้ามาช่วยงาน นำไปสู่ความขัดแย้งเรื่องวิสัยทัศน์จนธุรกิจเดินหน้าต่อไม่ได้
นอกจากนี้ ยังมีปัจจัยจาก “คนนอก” อย่างเขยหรือสะใภ้ แม้ตามกฎหมาย หุ้นมรดกที่ลูกได้รับจะถือเป็น “สินส่วนตัว” ซึ่งเขยและสะใภ้ไม่มีสิทธิได้รับโดยตรงก็ตาม แต่ในความเป็นจริง มักเกิดการแทรกแซงทางอ้อมผ่านการให้คำแนะนำหรือกดดันอยู่เบื้องหลัง นำไปสู่ความระแวงระหว่างพี่น้อง
ที่สำคัญ หากในอนาคตทายาทคนใดเสียชีวิตลงก่อนคู่สมรสโดยไม่ได้ทำพินัยกรรม หุ้นกงสีส่วนนั้นก็จะตกทอดไปยังคู่สมรส (เขย/สะใภ้) ในฐานะทายาทโดยธรรมทันที ทำให้คนนอกเข้ามาถือหุ้นและมีอำนาจบริหารในธุรกิจกงสีได้อย่างสมบูรณ์
3. ธุรกิจต้องหยุดชะงัก ต้องรอคำสั่งศาลจัดตั้งผู้จัดการมรดก
ในระหว่างนี้ หุ้นของผู้เสียชีวิตจะยังไม่สามารถโอนย้าย ซื้อขาย หรือใช้สิทธิลงคะแนนในที่ประชุมผู้ถือหุ้นได้ทันที และทายาทจะยังไม่ได้รับสิทธิของผู้ถือหุ้น แต่จำเป็นต้องรอคำสั่งศาลในการแต่งตั้ง “ผู้จัดการมรดก” และกระบวนการรวบรวมทรัพย์สินของผู้จัดการมรดกก่อน ซึ่งเป็นกระบวนการที่อาจใช้เวลานานหลายเดือน ส่งผลให้การขอสินเชื่อธนาคาร ธุรกรรมทางการเงิน หรือการเซ็นเอกสารสำคัญของบริษัทต้องชะงักลง
เมื่อไม่มีพินัยกรรม ทายาทของผู้เสียชีวิตต้องยื่นคำร้องต่อศาลเพื่อขอแต่งตั้งผู้จัดการมรดก ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1713 เพื่อให้มีอำนาจตามกฎหมายในการดูแล จัดการ และแบ่งทรัพย์มรดกและหุ้นในบริษัท
ให้กับทายาทตามสัดส่วนหรือตามที่ได้ตกลงกันไว้
วิธีแก้ปัญหาและป้องกัน: มีพินัยกรรมฉบับเดียวพอจริงหรือ?
- วิธีแเขียนพินัยกรรม: กำหนดให้ชัดเจนเป็นลายลักษณ์อักษรว่าหุ้นของบริษัทกงสีจะตกเป็นของลูกคนไหน พร้อมระบุจำนวนหุ้นหรือสัดส่วนเปอร์เซ็นต์ที่แน่นอน (เพราะหากไม่กำหนดไว้ชัดเจน อาจเกิดปัญหาการตีความจนบังคับใช้ไม่ได้จริง) เจ้าของกิจการยังสามารถระบุชื่อคนกลางหรือคนที่น่าเชื่อถือมากที่สุดให้เป็นผู้จัดการมรดกไว้ในพินัยกรรมได้ เพียงแต่เมื่อเจ้าของกิจการหรือผู้ถือหุ้นใหญ่เสียชีวิตไป บุคคลนั้นจะยังไม่สามารถทำหน้าที่เป็นผู้จัดการมรดกได้ทันที แต่ต้องให้ทายาทหรือผู้มีส่วนได้ส่วนเสียร้องขอต่อศาลเพื่อแต่งตั้งอย่างเป็นทางการเสียก่อนก้ปัญหาและป้องกัน: มีพินัยกรรมฉบับเดียวพอจริงหรือ?
- จัดตั้ง Holding Company: ให้ทายาทถือหุ้นผ่าน Holding Company กลางร่วมกัน เนื่องจากมีการแบ่งแยกความเป็น ‘‘เจ้าของ’’ ออกจาก ‘‘อำนาจบริหาร’’ มีการตั้งกฎกติกาการถือหุ้นที่ชัดเจน รวมถึงมีการจ่ายเงินปันผลอย่างเป็นธรรม จึงช่วยลดความขัดแย้งระหว่างสมาชิกภายในครอบครัวและช่วยให้การส่งต่อมรดกและทรัพย์สินเป็นไปอย่างราบรื่น
- ทำธรรมนูญครอบครัว: เป็นกติกากลางที่สมาชิกในครอบครัวร่วมกันสร้างขึ้นมาเพื่อเป็นแนวทางในการอยู่ร่วมกัน เป็นเครื่องมือที่ช่วยสร้างความชัดเจน ทั้งการแบ่งบทบาทหน้าที่ของสมาชิกแต่ละคนในการบริหารจัดการธุรกิจของครอบครัว สิทธิของลูกที่เข้ามาทำงานในกงสีและลูกที่ไม่ได้เข้ามาทำงาน การจัดการทรัพย์สิน ค่าตอบแทน สวัสดิการ ตลอดจนถึงการวางแนวทางแก้ปัญหาที่ชัดเจนเมื่อมีความขัดแย้งเกิดขึ้น
ปกป้องธุรกิจกงสีและส่งต่อความมั่งคั่งยั่งยืนอย่างไร้รอยต่อ ด้วยบริการจัดวางโครงสร้าง Holding Company และธรรมนูญครอบครัวของ IdolPlanner Consulting ให้เราช่วยคุณวางกติกา สร้างความชัดเจน และดูแลสินทรัพย์ เพื่อให้ธุรกิจครอบครัวเติบโตอย่างมั่นคงในทุกการเปลี่ยนผ่าน
บทความแนะนำ
- Holding Company ทางรอดธุรกิจครอบครัว อย่าให้พังเพราะคนใน
- “มี Holding แล้ว…แต่ทำไมยังมีปัญหา?” สิ่งที่หลายครอบครัวเข้าใจผิดเกี่ยวกับ Holding Company
- เมื่อครอบครัวเริ่มมีทรัพย์สินหลายรูปแบบ ควรจัดโครงสร้างทรัพย์สินอย่างไรให้บริหารง่ายและปลอดภัย
สำหรับท่านที่ต้องการสอบถามหรือรับคำปรึกษาเบื้องต้น
สามารถกรอกรายละเอียดได้ที่ฟอร์มแนบ
https://forms.gle/YMvaxRmnpqiNUGdVA
หรือติดต่อตามช่องทางที่ปรากฎไว้ดังนี้
Line : @idolplanner
Tel : 085-155-0554



