
ในช่วงเริ่มต้นของธุรกิจครอบครัว การบริหารเงินมักไม่ได้มีเส้นแบ่งที่ชัดเจนระหว่าง “เงินของธุรกิจ” และ “เงินของครอบครัว” เนื่องจากผู้ก่อตั้งและสมาชิกครอบครัวมักทำงานร่วมกันอย่างใกล้ชิด ธุรกิจจึงกลายเป็นทั้งแหล่งรายได้
และศูนย์กลางของการดูแลสมาชิกในครอบครัวไปพร้อมกัน
ในหลายกรณีค่าใช้จ่ายบางอย่างของครอบครัวจึงถูกดูแลผ่านบริษัท ไม่ว่าจะเป็นค่าใช้จ่ายด้านการศึกษา การรักษาพยาบาล หรือค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องกับการใช้ชีวิตของสมาชิกครอบครัว
อย่างไรก็ตาม เมื่อธุรกิจเติบโตขึ้น มีสมาชิกครอบครัวเข้ามาเกี่ยวข้องมากขึ้น หรือมีการขยายโครงสร้างบริษัท
ความไม่ชัดเจนระหว่างเงินของธุรกิจและเงินของครอบครัวอาจนำไปสู่ปัญหาหลายประการ เช่น
1. การใช้เงินไม่มีระบบที่ชัดเจน
หากไม่มีหลักเกณฑ์กำหนดการใช้เงินของบริษัทสมาชิกครอบครัวอาจใช้เงินตามความจำเป็นส่วนตัว ซึ่งอาจส่งผลต่อ
การบริหารกระแสเงินสดของธุรกิจ
2. ความเสี่ยงด้านภาษี
การนำเงินจากบริษัทมาใช้โดยไม่มีโครงสร้างที่เหมาะสม อาจทำให้เกิดประเด็นด้านภาษีหรือการบันทึกบัญชีที่ไม่สอดคล้องกับกิจกรรมของบริษัท
3. เงินถูกใช้ไปโดยไม่สร้างมูลค่าในระยะยาว
เมื่อเงินถูกนำมาใช้จ่ายโดยตรงเงินดังกล่าวจะหมดไปทันทีและไม่ได้สร้างรายได้หรือผลตอบแทนในอนาคต
4. ความขัดแย้งระหว่างสมาชิกครอบครัว
การใช้เงินเป็นหนึ่งในประเด็นที่อ่อนไหวสำหรับธุรกิจครอบครัว หากไม่มีระบบที่ชัดเจนสมาชิกครอบครัวอาจมีมุมมอง
ที่แตกต่างกันเกี่ยวกับสิทธิในการใช้เงิน
แนวคิดการสร้างสวัสดิการครอบครัวจากกำไรของธุรกิจ
หนึ่งในแนวทางที่ช่วยแก้ปัญหาดังกล่าวคือการจัดสรรเงินก้อนหนึ่งออกจากธุรกิจอย่างชัดเจน เพื่อใช้เป็นกองทุนสำหรับดูแลสมาชิกครอบครัว เงินก้อนนี้ไม่ได้ถูกใช้ทันทีแต่จะถูกนำไปบริหารจัดการผ่านเครื่องมือทางการเงินที่เหมาะสมเพื่อให้สามารถสร้างรายได้อย่างต่อเนื่อง
ผลลัพธ์คือ ครอบครัวจะมีแหล่งเงินที่ใช้ดูแลสมาชิกโดยไม่กระทบต่อการดำเนินธุรกิจหลัก การใช้เงินของครอบครัว
มีความเป็นระบบมากขึ้น และช่วยลดความขัดแย้งที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต
เงินตั้งต้นควรมาจากไหน
คำถามสำคัญของหลายครอบครัวคือ เงินตั้งต้นสำหรับระบบสวัสดิการครอบครัวควรมาจากไหน โดยทั่วไปเงินก้อนนี้
มักมาจากกำไรของธุรกิจหรือการจัดโครงสร้างทางการเงินของกลุ่มบริษัท
ในหลายกรณี การวางโครงสร้างบริษัท เช่น การใช้ Holding Company อาจช่วยให้การจัดสรรกำไรและการบริหารเงินของครอบครัวมีความยืดหยุ่นมากขึ้น
อย่างไรก็ตาม การออกแบบโครงสร้างดังกล่าวจำเป็นต้องพิจารณาหลายปัจจัย ทั้งด้านกฎหมายบริษัท กฎหมายภาษี และเป้าหมายระยะยาวของครอบครัว การวางแผนที่เหมาะสมจะช่วยให้การดึงเงินออกจากธุรกิจเป็นไปอย่างถูกต้อง
และไม่กระทบต่อการดำเนินกิจการ
ขั้นตอนการวางระบบสวัสดิการครอบครัว
การวางระบบสวัสดิการสำหรับธุรกิจครอบครัวมักเริ่มต้นจากการทำความเข้าใจสถานะของธุรกิจและความต้องการ
ของครอบครัว กระบวนการวางระบบมักเริ่มต้นผ่านขั้นตอนสำคัญดังนี้
- วิเคราะห์งบการเงินและโครงสร้างธุรกิจ
เพื่อให้เข้าใจภาพรวมของกำไร กระแสเงินสด และภาระภาษีของธุรกิจ - ออกแบบโครงสร้างการจัดสรรเงิน
กำหนดจำนวนเงินตั้งต้นและรูปแบบการบริหารเงินที่เหมาะสม - จัดประชุมครอบครัว (Family Meeting)
เพื่อกำหนดกติกาการใช้เงิน เช่น ใครสามารถใช้เงินกองทุนได้ และค่าใช้จ่ายประเภทใดที่สามารถเบิกได้
- จัดทำระบบบัญชีและการบริหารเงิน
เพื่อให้การใช้เงินมีความโปร่งใส และสามารถติดตามผลการบริหารเงินได้อย่างชัดเจน
การสร้างความมั่งคั่งอย่างยั่งยืนสำหรับธุรกิจครอบครัว
กำไรของธุรกิจเป็นเพียงจุดเริ่มต้น แต่ความมั่งคั่งที่ยั่งยืนเกิดจากโครงสร้างที่ดีและการวางแผนที่เหมาะสม สำหรับครอบครัวธุรกิจหากต้องการวางระบบบริหารเงินครอบครัวอย่างเป็นระบบ Idolplanner Consulting พร้อมช่วยออกแบบโครงสร้างที่สมดุลระหว่างธุรกิจและครอบครัว เพื่อให้ความมั่งคั่งสามารถเติบโตและส่งต่อได้อย่างยั่งยืน
บทความแนะนำ
- Check-list ก่อนส่งต่อมรดก: ทำอย่างไรให้ลูกหลานได้รับ “ความมั่งคั่ง” ไม่ใช่ “ภาระภาษี”
- ทำไมบางครอบครัวมีเงินแต่ไม่มีอิสรภาพ
- ธุรกิจครอบครัวจำนวนมาก ไม่ได้ขาดกติกา แต่ขาดพื้นที่ให้กติกานั้นถูกใช้จริง
สำหรับท่านที่ต้องการสอบถามหรือรับคำปรึกษาเบื้องต้น
สามารถกรอกรายละเอียดได้ที่ฟอร์มแนบ
https://forms.gle/YMvaxRmnpqiNUGdVA
หรือติดต่อตามช่องทางที่ปรากฎไว้ดังนี้
Line : @idolplanner
Tel : 085 – 155 0554



